THE TISR JOURNAL
เครื่องพิมพ์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท แบบไหนเหมาะกับสำนักงานมากกว่า? เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ
เครื่องพิมพ์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท แบบไหนเหมาะกับสำนักงานมากกว่า? เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ
การเลือกเครื่องพิมพ์สำหรับสำนักงานอาจดูเป็นเรื่องง่ายในช่วงแรก เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากการเปรียบเทียบราคาเครื่องพิมพ์ ความเร็วในการพิมพ์ และความสามารถในการพิมพ์สีหรือขาวดำ แต่เมื่อเริ่มใช้งานจริงกลับพบว่าค่าใช้จ่ายและความสะดวกในการทำงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเครื่องเพียงอย่างเดียว เครื่องพิมพ์บางรุ่นมีราคาเริ่มต้นไม่สูง แต่มีต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองที่ต้องพิจารณา ขณะที่เครื่องพิมพ์บางประเภทมีราคาสูงกว่า แต่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของสำนักงานบางลักษณะได้เหมาะสมกว่า
หนึ่งในคำถามที่หลายองค์กรต้องตัดสินใจก่อนซื้อเครื่องพิมพ์คือ เครื่องพิมพ์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท แบบไหนเหมาะกับสำนักงานมากกว่า? เพราะทั้งสองระบบมีหลักการทำงานแตกต่างกัน และความแตกต่างดังกล่าวส่งผลต่อประเภทเอกสารที่เหมาะสม ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ การดูแลรักษา และลักษณะการใช้งานในระยะยาว
สำหรับสำนักงานที่พิมพ์เอกสารข้อความเป็นหลัก เครื่องพิมพ์เลเซอร์อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่สำหรับธุรกิจที่ต้องการพิมพ์ภาพสี เอกสารกราฟิก หรือมีความต้องการเฉพาะด้าน เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทบางประเภทก็อาจตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับงานสำนักงานและมีระบบหมึกที่เหมาะสมกับปริมาณการใช้งาน
บทความนี้จาก บริษัท ทีไอเอสอาร์ จำกัด จะพาไปทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างเครื่องพิมพ์ทั้งสองประเภทอย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน คุณภาพการพิมพ์ ต้นทุนต่อแผ่น การดูแลรักษา ไปจนถึงการเลือกเครื่องพิมพ์สำหรับสำนักงานขนาดเล็กและองค์กรที่มีผู้ใช้งานหลายคน เพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจได้จากความต้องการจริง ไม่ใช่เพียงความนิยมของเครื่องพิมพ์ประเภทใดประเภทหนึ่ง
เครื่องพิมพ์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท ต่างกันอย่างไร?
คำตอบสั้น ๆ: เครื่องพิมพ์เลเซอร์ใช้ผงหมึกหรือ toner ร่วมกับระบบสร้างภาพและความร้อนเพื่อยึดผงหมึกลงบนกระดาษ ส่วนเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทใช้หัวพิมพ์ปล่อยหยดหมึกลงบนกระดาษ เครื่องพิมพ์เลเซอร์มักเหมาะกับงานเอกสารข้อความและการพิมพ์ต่อเนื่อง ขณะที่เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมีตัวเลือกที่เหมาะกับงานภาพสีและงานกราฟิก อย่างไรก็ตาม ความเร็ว ต้นทุน และคุณภาพงานพิมพ์จริงขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง วัสดุสิ้นเปลือง และรูปแบบการใช้งาน
ความแตกต่างสำคัญไม่ได้อยู่ที่การใช้ผงหมึกหรือหมึกเหลวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างภายใน วิธีดูแลรักษา ความเหมาะสมของกระดาษ และต้นทุนการใช้งานในแต่ละสถานการณ์ด้วย ดังนั้นก่อนเลือกซื้อจึงควรพิจารณาว่าสำนักงานของตนเองพิมพ์เอกสารประเภทใดมากที่สุด และมีความจำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันอะไรบ้าง
เครื่องพิมพ์เลเซอร์คืออะไร และทำงานอย่างไร?
เครื่องพิมพ์เลเซอร์ หรือ Laser Printer เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีการสร้างภาพด้วยกระบวนการทางไฟฟ้าสถิต โดยใช้ผงหมึกหรือ toner สร้างภาพบนวัสดุรับภาพ ก่อนถ่ายโอนลงบนกระดาษและใช้ระบบความร้อนร่วมกับแรงกดเพื่อยึดผงหมึกให้ติดกับพื้นผิวกระดาษ กระบวนการนี้ทำให้เครื่องพิมพ์เลเซอร์สามารถสร้างตัวอักษรและเส้นกราฟิกที่มีความคมชัดได้ดี โดยเฉพาะงานเอกสารที่ประกอบด้วยข้อความ ตาราง และรูปทรงที่ต้องการขอบชัดเจน
เครื่องพิมพ์เลเซอร์มีทั้งรุ่นขาวดำและรุ่นสี รุ่นขาวดำเหมาะกับงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้สี เช่น เอกสารภายใน หนังสือราชการ รายงานการประชุม และเอกสารบัญชี ส่วนรุ่นสีสามารถพิมพ์เอกสารที่มีกราฟ แผนภูมิ โลโก้ และภาพประกอบได้ แต่ควรพิจารณาคุณภาพสีและต้นทุนตามรุ่นที่เลือกใช้งานจริง
สำหรับ HP Printer กลุ่มเลเซอร์ ผู้ซื้อควรตรวจสอบรายละเอียดของเครื่องพิมพ์แต่ละรุ่นให้ครบถ้วน เพราะแม้จะเป็นเครื่องพิมพ์เลเซอร์เหมือนกัน แต่ความเร็วในการพิมพ์ ปริมาณงานที่แนะนำ ความสามารถด้านเครือข่าย การพิมพ์สองหน้า และประเภทตลับ hp toner ที่รองรับอาจแตกต่างกันอย่างมาก
ข้อดีของเครื่องพิมพ์เลเซอร์สำหรับสำนักงาน
จุดเด่นของเครื่องพิมพ์เลเซอร์คือความเหมาะสมกับงานเอกสารข้อความ โดยเฉพาะสำนักงานที่มีการพิมพ์รายงาน หนังสือแจ้ง เอกสารธุรการ และเอกสารขาวดำเป็นประจำ เครื่องพิมพ์เลเซอร์หลายรุ่นได้รับการออกแบบให้รองรับการพิมพ์เอกสารต่อเนื่องได้สะดวก และมีตัวเลือกสำหรับการใช้งานร่วมกันหลายคนผ่านระบบเครือข่าย
อีกประเด็นที่ควรพิจารณาคือระบบวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ผงหมึก ซึ่งไม่มีปัญหาการแห้งของหมึกเหลวในหัวพิมพ์แบบที่อาจเกิดกับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทบางประเภท อย่างไรก็ตาม เครื่องพิมพ์เลเซอร์ยังมีชิ้นส่วนและวัสดุสิ้นเปลืองอื่นที่ต้องดูแลตามข้อกำหนดของแต่ละรุ่น จึงไม่ควรเข้าใจว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษาเลย
ข้อจำกัดของเครื่องพิมพ์เลเซอร์
เครื่องพิมพ์เลเซอร์บางรุ่นมีราคาเริ่มต้นสูงกว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทระดับพื้นฐาน โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์เลเซอร์สีที่มีระบบการพิมพ์ซับซ้อนขึ้น นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาราคาตลับ toner และวัสดุสิ้นเปลืองที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อกำหนดของกระดาษที่สามารถใช้งานได้
หากสำนักงานต้องพิมพ์ภาพถ่ายที่เน้นรายละเอียดและการไล่ระดับสีอย่างละเอียด เครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั่วไปอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ออกแบบมาสำหรับงานภาพถ่ายโดยเฉพาะ แต่การตัดสินใจยังต้องพิจารณาคุณภาพงานพิมพ์จริงของแต่ละรุ่นประกอบด้วย
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทคืออะไร และเหมาะกับงานแบบไหน?
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท หรือ Inkjet Printer ใช้หัวพิมพ์ปล่อยหยดหมึกขนาดเล็กลงบนกระดาษเพื่อสร้างตัวอักษรและภาพ โดยมีเทคโนโลยีหัวพิมพ์และระบบหมึกหลายรูปแบบตามการออกแบบของผู้ผลิต เครื่องพิมพ์ประเภทนี้มีทั้งรุ่นสำหรับใช้งานทั่วไป รุ่นที่เน้นงานภาพถ่าย และรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับสำนักงานโดยเฉพาะ
ข้อดีสำคัญของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทคือความหลากหลายของตัวเลือกด้านการพิมพ์สี โดยบางรุ่นสามารถสร้างภาพสีและรายละเอียดของภาพถ่ายได้ดีเมื่อใช้กระดาษและการตั้งค่าที่เหมาะสม จึงเป็นตัวเลือกสำหรับสำนักงานที่มีงานออกแบบ งานประชาสัมพันธ์ หรือเอกสารสีที่ต้องการคุณภาพตามลักษณะงาน
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ททุกเครื่องเหมาะกับงานภาพถ่าย หรือมีต้นทุนต่อแผ่นต่ำกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์เสมอไป เพราะเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบตลับหมึกและเครื่องพิมพ์แบบถังหมึกอาจมีโครงสร้างต้นทุนแตกต่างกันมาก รวมถึงมีความเร็วและปริมาณงานที่เหมาะสมแตกต่างกันตามรุ่นด้วย
ข้อดีของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับสำนักงาน
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมีตัวเลือกหลากหลายทั้งด้านขนาด ราคา และระบบหมึก ทำให้สามารถเลือกให้เหมาะกับงบประมาณและประเภทเอกสารได้ค่อนข้างยืดหยุ่น สำหรับสำนักงานที่ต้องการพิมพ์สีเป็นประจำ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบถังหมึกบางรุ่นอาจมีต้นทุนหมึกต่อแผ่นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากราคาหมึกเติมและจำนวนหน้าที่พิมพ์ได้ตามข้อมูลของผู้ผลิต
นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทบางรุ่นยังรองรับการพิมพ์บนกระดาษภาพถ่ายหรือวัสดุพิมพ์เฉพาะประเภทที่เหมาะกับระบบหมึกของเครื่อง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจที่ต้องจัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์หรือภาพประกอบด้วยตนเอง
ข้อจำกัดของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทต้องดูแลระบบหมึกและหัวพิมพ์ตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยเฉพาะเครื่องที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน เพราะหมึกอาจแห้งหรือเกิดการอุดตันในระบบหัวพิมพ์ได้ในบางสถานการณ์ ทั้งนี้ความเสี่ยงและแนวทางดูแลแตกต่างกันตามเทคโนโลยีและรุ่นเครื่องพิมพ์
อีกประเด็นที่ควรตรวจสอบคือปริมาณหมึกที่ใช้ในการดูแลรักษาระบบพิมพ์ เพราะการทำความสะอาดหัวพิมพ์อาจใช้หมึกเพิ่มเติม ซึ่งมีผลต่อต้นทุนการใช้งานจริง หากสำนักงานมีการพิมพ์น้อยมากและเว้นช่วงใช้งานเป็นเวลานาน ควรศึกษาคำแนะนำเรื่องความถี่ในการใช้งานและการบำรุงรักษาของรุ่นที่สนใจก่อนตัดสินใจ
ตารางเปรียบเทียบเครื่องพิมพ์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ทสำหรับสำนักงาน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | เครื่องพิมพ์เลเซอร์ | เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท |
|---|---|---|
| หลักการพิมพ์ | ใช้ผงหมึก toner และระบบยึดผงหมึกด้วยความร้อน | ใช้หัวพิมพ์ปล่อยหยดหมึกลงบนกระดาษ |
| งานเอกสารข้อความ | เหมาะมาก โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับงานสำนักงาน | เหมาะเช่นกัน ขึ้นอยู่กับความเร็วและคุณภาพของรุ่น |
| งานภาพถ่าย | เหมาะกับงานภาพประกอบทั่วไปตามคุณสมบัติรุ่น | รุ่นสำหรับงานภาพถ่ายมักมีตัวเลือกด้านคุณภาพภาพที่เหมาะกว่า |
| งานพิมพ์สี | มีรุ่นสีให้เลือก แต่ต้องพิจารณาต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง | มีตัวเลือกทั้งระบบตลับหมึกและถังหมึก |
| ความเร็วในการพิมพ์ | หลายรุ่นเหมาะกับงานเอกสารต่อเนื่อง | แตกต่างตามรุ่น โดยรุ่นสำนักงานบางรุ่นมีความเร็วสูง |
| ต้นทุนต่อแผ่น | ขึ้นอยู่กับราคาตลับและจำนวนหน้าที่พิมพ์ได้ | ขึ้นอยู่กับระบบหมึก ราคาหมึก และปริมาณการใช้งาน |
| การดูแลรักษา | ดูแลวัสดุสิ้นเปลืองและชิ้นส่วนตามรอบที่กำหนด | ต้องคำนึงถึงการดูแลระบบหมึกและหัวพิมพ์ |
| การเว้นช่วงใช้งาน | ไม่มีปัญหาหมึกเหลวแห้งในหัวพิมพ์ | บางรุ่นอาจต้องดูแลหัวพิมพ์เมื่อไม่ได้ใช้งานนาน |
| การใช้งานหลายคน | มีรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับ Workgroup | มีรุ่นสำนักงานที่รองรับเครือข่ายและหลายผู้ใช้งาน |
| ความเหมาะสมโดยรวม | น่าสนใจสำหรับสำนักงานที่เน้นเอกสารข้อความ | น่าสนใจสำหรับสำนักงานที่เน้นงานสีหรือมีความต้องการเฉพาะ |
ตารางเปรียบเทียบนี้แสดงลักษณะทั่วไปของเทคโนโลยีทั้งสองประเภท ไม่ใช่การจัดอันดับว่าเครื่องพิมพ์ประเภทใดเหนือกว่าอีกประเภทหนึ่งในทุกด้าน เพราะเครื่องพิมพ์รุ่นระดับเริ่มต้นกับรุ่นสำหรับองค์กรอาจมีความสามารถแตกต่างกันอย่างมาก แม้จะใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ประเภทเดียวกันก็ตาม
สำนักงานที่พิมพ์เอกสารขาวดำเป็นหลัก ควรเลือกเครื่องพิมพ์แบบไหน?
หากสำนักงานมีงานพิมพ์ส่วนใหญ่เป็นเอกสารข้อความ เช่น รายงานการประชุม เอกสารฝ่ายบัญชี หนังสือแจ้ง เอกสารฝ่ายบุคคล หรือเอกสารธุรการทั่วไป เครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ควรนำมาพิจารณา เพราะมีรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับการพิมพ์เอกสารอย่างต่อเนื่องและสามารถเลือกความเร็วให้เหมาะกับปริมาณงานได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบปริมาณงานพิมพ์จริงต่อเดือน เพราะสำนักงานที่พิมพ์เอกสารเพียงเล็กน้อยอาจไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่หรือรุ่นที่มีความสามารถเกินความต้องการ ในทางกลับกัน หากสำนักงานมีพนักงานหลายคนและมีงานพิมพ์จำนวนมาก การเลือกเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กโดยดูเพียงราคาซื้อเริ่มต้นอาจทำให้เกิดข้อจำกัดด้านความเร็วและการรองรับปริมาณงานได้
สำหรับ HP Printer กลุ่มเลเซอร์ขาวดำ ควรพิจารณาความเร็วในการพิมพ์ จำนวนหน้าที่แนะนำต่อเดือน ความสามารถในการพิมพ์สองหน้า และระบบเชื่อมต่อร่วมด้วย ไม่ควรใช้เพียงจำนวนหน้าสูงสุดที่ระบุเป็น Duty Cycle มาแทนปริมาณงานที่แนะนำ เพราะตัวเลขทั้งสองมีความหมายแตกต่างกัน
สำนักงานที่ต้องพิมพ์สีบ่อย ควรเลือกเลเซอร์สีหรืออิงค์เจ็ท?
สำนักงานที่มีงานพิมพ์สีเป็นประจำควรเริ่มจากการจำแนกประเภทเอกสารก่อน เพราะคำว่าเอกสารสีอาจหมายถึงงานที่แตกต่างกันมาก เช่น รายงานที่มีกราฟและตารางสี เอกสารเสนอขายที่มีโลโก้บริษัท แผ่นประชาสัมพันธ์ หรือภาพถ่ายที่ต้องการรายละเอียดและการไล่ระดับสี
หากเป็นเอกสารธุรกิจที่เน้นข้อความและกราฟิกทั่วไป เครื่องพิมพ์เลเซอร์สีอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากเป็นงานภาพถ่ายหรือกราฟิกที่ต้องการคุณสมบัติของระบบหมึกและกระดาษเฉพาะ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทบางรุ่นอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า
สิ่งสำคัญคือไม่ควรเลือกเครื่องพิมพ์สีโดยดูจากราคาซื้อเพียงอย่างเดียว เพราะต้องพิจารณาค่าใช้จ่ายของหมึกสี จำนวนหน้าที่พิมพ์ได้ และสัดส่วนพื้นที่สีบนเอกสารด้วย เอกสารที่มีภาพเต็มหน้าอาจใช้วัสดุสิ้นเปลืองมากกว่าเอกสารที่มีข้อความสีเพียงเล็กน้อย จึงควรใช้รูปแบบงานจริงเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบต้นทุน
ต้นทุนต่อแผ่นของเครื่องพิมพ์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท คิดอย่างไร?
ต้นทุนต่อแผ่นเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญสำหรับสำนักงาน เพราะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาการใช้งานอาจมีมูลค่ามากกว่าราคาเครื่องพิมพ์เริ่มต้น โดยเฉพาะองค์กรที่พิมพ์เอกสารจำนวนมากเป็นประจำ
การคำนวณต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองเบื้องต้นสามารถนำราคาหมึกหรือตลับ toner หารด้วยจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ได้ตามเงื่อนไขการทดสอบที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องเข้าใจว่าจำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุเป็นค่าที่ได้จากมาตรฐานหรือเงื่อนไขการทดสอบ ไม่ใช่จำนวนหน้าที่รับประกันว่าจะพิมพ์ได้เท่ากันทุกสถานการณ์
ตัวอย่างคำนวณต้นทุนหมึกต่อแผ่น
สมมติว่าเครื่องพิมพ์ประเภทหนึ่งใช้ตลับหมึกราคา 2,400 บาท และมีจำนวนหน้าตามข้อมูลที่ใช้เปรียบเทียบ 3,000 หน้า ต้นทุนหมึกเบื้องต้นจะเท่ากับ 2,400 หารด้วย 3,000 หรือประมาณ 0.80 บาทต่อหน้า
ในอีกกรณีหนึ่ง สมมติว่าเครื่องพิมพ์อีกประเภทใช้หมึกราคา 1,200 บาท และมีจำนวนหน้าตามข้อมูลที่ใช้เปรียบเทียบ 4,000 หน้า ต้นทุนหมึกเบื้องต้นจะเท่ากับ 1,200 หารด้วย 4,000 หรือประมาณ 0.30 บาทต่อหน้า
ตัวเลขทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่ราคาหรือผลทดสอบของเครื่องพิมพ์ HP รุ่นใดรุ่นหนึ่ง และยังไม่รวมค่ากระดาษ ค่าบำรุงรักษา วัสดุสิ้นเปลืองอื่น ค่าไฟฟ้า และค่าเครื่องพิมพ์
หากต้องการเปรียบเทียบต้นทุนจริง ควรนำข้อมูลราคาวัสดุสิ้นเปลืองของรุ่นที่กำลังพิจารณามาคำนวณด้วยเงื่อนไขที่เทียบเคียงกันได้ โดยเฉพาะงานพิมพ์สีที่มีรูปแบบการใช้หมึกแตกต่างกันตามเนื้อหาของเอกสาร
เปรียบเทียบต้นทุนระยะยาว ต้องดูอะไรนอกจากราคาหมึก?
การเปรียบเทียบความคุ้มค่าของเครื่องพิมพ์สำนักงานไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาหมึกต่อแผ่น เพราะยังมีค่าใช้จ่ายด้านอื่นที่อาจเกิดขึ้นตลอดอายุการใช้งาน เช่น ราคาซื้อเครื่องพิมพ์ ค่าอะไหล่ ค่าบำรุงรักษา ค่าอุปกรณ์สิ้นเปลืองเพิ่มเติม และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการหยุดทำงานเมื่อเครื่องมีปัญหา
ตัวอย่างเช่น เครื่องพิมพ์ที่มีต้นทุนหมึกต่อแผ่นต่ำอาจมีราคาซื้อเริ่มต้นสูงกว่า หากสำนักงานพิมพ์เอกสารน้อยมาก ความแตกต่างด้านต้นทุนหมึกอาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยราคาซื้อที่สูงขึ้นภายในระยะเวลาที่วางแผนใช้งาน ในทางกลับกัน หากมีปริมาณการพิมพ์มากอย่างสม่ำเสมอ ต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ
จึงควรคำนวณต้นทุนรวมตามระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้งาน เช่น 3 ปี หรือ 5 ปี โดยใช้ข้อมูลปริมาณงานพิมพ์ขององค์กรและราคาจริงของอุปกรณ์ที่สนใจ แทนการตัดสินใจจากคำโฆษณาว่ารุ่นใดประหยัดที่สุดโดยไม่มีข้อมูลประกอบ
ความเร็วในการพิมพ์ สำคัญแค่ไหนสำหรับสำนักงาน?
ความเร็วในการพิมพ์เป็นปัจจัยที่มีผลต่อความสะดวกในการทำงาน โดยเฉพาะสำนักงานที่มีพนักงานหลายคนใช้งานเครื่องพิมพ์ร่วมกัน หากเครื่องพิมพ์ใช้เวลานานในการประมวลผลและพิมพ์เอกสาร อาจทำให้เกิดคิวรอและส่งผลต่อการทำงานของพนักงานในช่วงเวลาที่มีงานจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทุกเครื่องเร็วกว่าทุกเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เพราะเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับสำนักงานบางรุ่นมีความเร็วที่แข่งขันได้ การเปรียบเทียบควรดูตัวเลขที่วัดด้วยวิธีเดียวกันหรือมาตรฐานที่เทียบเคียงกันได้ เช่น ความเร็วตามมาตรฐาน ISO/IEC ที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาร่วมกับเวลาที่ใช้ในการพิมพ์หน้าแรก
สำหรับสำนักงานที่พิมพ์เอกสารสั้น ๆ ครั้งละไม่กี่หน้าเป็นหลัก เวลาที่เครื่องใช้ก่อนพิมพ์หน้าแรกอาจมีความสำคัญต่อประสบการณ์ใช้งานมากกว่าความเร็วสูงสุดเมื่อพิมพ์ต่อเนื่องจำนวนมาก ขณะที่สำนักงานซึ่งพิมพ์รายงานหลายสิบหน้าบ่อยครั้งควรให้ความสำคัญกับความเร็วในการพิมพ์ต่อเนื่องและความสามารถในการจัดการกระดาษด้วย
เครื่องพิมพ์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท แบบไหนดูแลรักษาง่ายกว่า?
คำถามเรื่องการดูแลรักษาไม่มีคำตอบตายตัวสำหรับเครื่องพิมพ์ทุกประเภท เพราะขึ้นอยู่กับการออกแบบของรุ่นเครื่อง สภาพแวดล้อมการติดตั้ง และรูปแบบการใช้งานจริง เครื่องพิมพ์เลเซอร์ไม่จำเป็นต้องดูแลระบบหัวพิมพ์หมึกเหลว แต่ยังต้องดูแลส่วนประกอบและวัสดุสิ้นเปลืองตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด ส่วนเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทต้องคำนึงถึงระบบหมึกและหัวพิมพ์เป็นพิเศษ
สำหรับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ผู้ใช้งานควรเลือกกระดาษให้ตรงกับข้อกำหนด ตรวจสอบสภาพตลับ toner และปฏิบัติตามคำแนะนำเมื่อมีข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับวัสดุสิ้นเปลืองหรือชิ้นส่วนภายใน ไม่ควรเปิดชิ้นส่วนที่ไม่ได้ออกแบบให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเอง โดยเฉพาะบริเวณที่อาจมีอุณหภูมิสูงหลังการพิมพ์
สำหรับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ควรใช้งานและดูแลตามคำแนะนำของผู้ผลิต รวมถึงใช้หมึกที่รองรับรุ่นเครื่องพิมพ์และตรวจสอบการทำงานของหัวพิมพ์เมื่อพบคุณภาพงานพิมพ์ผิดปกติ ไม่ควรสั่งทำความสะอาดหัวพิมพ์ซ้ำหลายครั้งโดยไม่มีการประเมิน เพราะกระบวนการดังกล่าวอาจใช้หมึกเพิ่มเติม
องค์กรที่ต้องการบริการดูแลเครื่องพิมพ์ควรตรวจสอบขอบเขตของ HP Service หรือบริการหลังการขายจากผู้ให้บริการที่เลือก เช่น การให้คำปรึกษา การตรวจสอบปัญหา การรับประกัน และค่าใช้จ่ายในการซ่อม เพื่อให้ทราบว่ามีบริการใดรวมอยู่ในเงื่อนไขการซื้อหรือสัญญาบริการบ้าง
ถ้าสำนักงานไม่ได้พิมพ์ทุกวัน ควรเลือกเครื่องพิมพ์แบบไหน?
สำนักงานบางแห่งมีการใช้เครื่องพิมพ์เพียงบางช่วง เช่น พิมพ์เอกสารสรุปสิ้นเดือน เอกสารประกอบการประชุม หรือเอกสารที่ต้องใช้ลายเซ็นเป็นครั้งคราว รูปแบบการใช้งานลักษณะนี้แตกต่างจากสำนักงานที่พิมพ์เอกสารทุกวันอย่างชัดเจน จึงควรนำความถี่ในการพิมพ์มาประกอบการเลือกเครื่องพิมพ์ด้วย
เครื่องพิมพ์เลเซอร์อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานเอกสารข้อความที่มีการเว้นช่วงใช้งาน เพราะใช้ผงหมึกแทนระบบหัวพิมพ์หมึกเหลว อย่างไรก็ตาม ยังต้องดูแลการจัดเก็บวัสดุสิ้นเปลืองและสภาพแวดล้อมของเครื่องตามข้อกำหนดของผู้ผลิต
ส่วนเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทบางรุ่นอาจต้องมีการใช้งานและดูแลระบบหัวพิมพ์อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันปัญหาหมึกแห้งหรือการอุดตัน หากสำนักงานมีช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งานยาวนาน ควรตรวจสอบคำแนะนำของรุ่นนั้นโดยตรงก่อนตัดสินใจซื้อ
เครื่องพิมพ์สำหรับสำนักงานขนาดเล็ก ควรเลือกเลเซอร์หรืออิงค์เจ็ท?
สำนักงานขนาดเล็กมักมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและพื้นที่ติดตั้ง จึงควรเริ่มจากการระบุประเภทงานที่จำเป็นจริงก่อนเลือกเครื่องพิมพ์ หากพิมพ์เอกสารขาวดำเป็นหลักและไม่ได้ต้องการงานภาพสี เครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากต้องการพิมพ์สีเป็นประจำและมีรูปแบบการใช้งานที่สอดคล้องกับระบบหมึก เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทก็เป็นตัวเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบ
อีกประเด็นที่ควรพิจารณาคือความสามารถแบบมัลติฟังก์ชัน เพราะสำนักงานขนาดเล็กบางแห่งต้องการทั้งพิมพ์ สแกน และถ่ายสำเนาในเครื่องเดียว การเลือกเครื่องที่รองรับฟังก์ชันเหล่านี้อาจช่วยลดความจำเป็นในการจัดหาอุปกรณ์แยกหลายชิ้น แต่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติจริง เช่น ระบบป้อนเอกสารอัตโนมัติ การสแกนสองหน้า และการเชื่อมต่อที่ต้องการ เพราะไม่ได้มีอยู่ในเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันทุกรุ่น
สำนักงานที่มีพนักงานหลายคน ควรดูอะไรเพิ่มเติม?
หากสำนักงานมีพนักงานหลายคนใช้งานเครื่องพิมพ์ร่วมกัน การเลือกเทคโนโลยีเลเซอร์หรืออิงค์เจ็ทเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ เพราะยังต้องพิจารณาความสามารถด้านเครือข่าย การจัดการคิวงานพิมพ์ ความเร็วในการพิมพ์ และความเหมาะสมกับปริมาณงานรวมของผู้ใช้งานทั้งหมด
เครื่องพิมพ์ที่รองรับ Ethernet หรือ Wi-Fi ตามมาตรฐานขององค์กรอาจช่วยให้ติดตั้งใช้งานร่วมกันได้สะดวกขึ้น แต่การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายไม่ได้หมายความว่าเครื่องพิมพ์ทุกเครื่องจะเหมาะกับการใช้งานจำนวนมาก ควรตรวจสอบปริมาณงานที่ผู้ผลิตแนะนำและความสามารถในการจัดการกระดาษของรุ่นนั้นร่วมด้วย
นอกจากนี้ องค์กรที่มีข้อมูลสำคัญควรพิจารณาวิธีจัดการเอกสารและสิทธิ์การใช้งาน เช่น การกำหนดผู้รับผิดชอบเครื่องพิมพ์ การตั้งชื่อเครื่องพิมพ์ให้ชัดเจน และการจัดวางอุปกรณ์ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับความเป็นส่วนตัวของเอกสาร โดยเฉพาะเอกสารฝ่ายบุคคล เอกสารบัญชี และข้อมูลลูกค้า
เลือก HP Printer สำหรับสำนักงาน ควรดูสเปกอะไรบ้าง?
หากกำลังพิจารณา HP Printer สำหรับสำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์เลเซอร์หรืออิงค์เจ็ท ควรเริ่มจากข้อมูลทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับงานจริงมากที่สุด ได้แก่ ประเภทการพิมพ์ ความเร็ว ปริมาณงานที่แนะนำต่อเดือน ความละเอียด การพิมพ์สองหน้า ความสามารถด้านเครือข่าย และรูปแบบวัสดุสิ้นเปลืองที่รองรับ
สำหรับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ควรตรวจสอบหมายเลขตลับ hp toner ที่รองรับ จำนวนหน้าตามข้อมูลของผู้ผลิต และค่าใช้จ่ายของวัสดุสิ้นเปลืองอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง ส่วนเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทควรตรวจสอบระบบหมึก ความจุหมึก และข้อกำหนดด้านการดูแลหัวพิมพ์ตามรุ่น
หากสำนักงานต้องการใช้เครื่องเดียวทำงานหลายประเภท ควรตรวจสอบด้วยว่ารุ่นที่สนใจรองรับการสแกนและถ่ายสำเนาหรือไม่ รวมถึงมีถาดป้อนเอกสารอัตโนมัติหรือไม่ เพราะฟังก์ชันเหล่านี้อาจมีผลต่อความสะดวกในการจัดการเอกสารมากกว่าความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีการพิมพ์เพียงอย่างเดียว
ซื้อเครื่องพิมพ์หรือเช่าเครื่องพิมพ์ แบบไหนเหมาะกับสำนักงาน?
เมื่อเลือกประเภทเครื่องพิมพ์ได้แล้ว คำถามถัดมาคือควรซื้อเครื่องพิมพ์เป็นของบริษัทหรือใช้บริการเช่าเครื่องพิมพ์แทน ซึ่งทั้งสองแนวทางมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันตามงบประมาณ ปริมาณงาน และรูปแบบการดูแลรักษาที่องค์กรต้องการ
การซื้อเครื่องพิมพ์เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเป็นเจ้าของอุปกรณ์และสามารถจัดการค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้เอง โดยควรคำนวณต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน ส่วนการเช่าเครื่องพิมพ์อาจเหมาะกับองค์กรที่ต้องการกระจายค่าใช้จ่ายและมีบริการดูแลตามเงื่อนไขสัญญา แต่จำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียด เช่น ระยะเวลาสัญญา จำนวนหน้าที่รวมในค่าบริการ ค่าใช้จ่ายเมื่อใช้งานเกิน และขอบเขตบริการหลังการขาย
สำหรับองค์กรที่ต้องการงานพิมพ์และถ่ายสำเนาขนาด A3 หรือมีปริมาณเอกสารจำนวนมาก อาจต้องพิจารณาเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันเพิ่มเติม โดยเปรียบเทียบระหว่างการซื้อเครื่องถ่ายเอกสารกับการเช่าเครื่องถ่ายให้เหมาะกับการใช้งานจริง ไม่ควรตัดสินใจจากราคาค่าเช่ารายเดือนหรือราคาซื้อเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว
ตารางแนะนำประเภทเครื่องพิมพ์ตามลักษณะสำนักงาน
| ลักษณะสำนักงาน | ประเภทที่ควรพิจารณา | เหตุผล |
|---|---|---|
| สำนักงานที่พิมพ์เอกสารขาวดำเป็นหลัก | เลเซอร์ขาวดำ | เหมาะกับงานข้อความและมีรุ่นสำหรับงานเอกสารต่อเนื่อง |
| สำนักงานที่พิมพ์เอกสารสีและกราฟิกทั่วไป | เลเซอร์สีหรืออิงค์เจ็ทสำนักงาน | ควรเปรียบเทียบคุณภาพและต้นทุนสีตามงานจริง |
| สำนักงานที่พิมพ์ภาพถ่ายหรือภาพประกอบคุณภาพสูง | อิงค์เจ็ทที่ออกแบบสำหรับงานภาพ | มีตัวเลือกด้านหมึกและกระดาษที่เหมาะกับงานภาพถ่าย |
| สำนักงานที่พิมพ์ไม่บ่อย | เลเซอร์หรืออิงค์เจ็ทตามความต้องการ | ต้องพิจารณาความถี่ใช้งานและการดูแลรักษา |
| สำนักงานที่มีผู้ใช้งานหลายคน | รุ่นสำนักงานที่รองรับเครือข่ายและปริมาณงานเหมาะสม | ต้องดูความสามารถของรุ่นมากกว่าประเภทเทคโนโลยี |
| องค์กรที่ต้องพิมพ์ สแกน และถ่ายสำเนา | เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน | เลือกฟังก์ชันให้ตรงกับกระบวนการทำงาน |
คำแนะนำในตารางเป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น เพราะสำนักงานสองแห่งที่มีจำนวนพนักงานเท่ากันอาจมีปริมาณงานพิมพ์และความต้องการแตกต่างกันมาก การเลือกเครื่องพิมพ์จึงควรเริ่มจากข้อมูลการใช้งานจริงและนำรุ่นที่สนใจมาเปรียบเทียบตามเกณฑ์เดียวกัน
5 ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อเลือกเครื่องพิมพ์สำนักงาน
1. เลือกจากราคาเครื่องพิมพ์อย่างเดียว
ราคาเริ่มต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายทั้งหมด หากไม่คำนวณราคาหมึก ค่าอะไหล่ และค่าบำรุงรักษา อาจทำให้ประเมินความคุ้มค่าผิดพลาด โดยเฉพาะสำนักงานที่มีการพิมพ์เอกสารจำนวนมากเป็นประจำ
2. คิดว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ประหยัดกว่าอิงค์เจ็ททุกกรณี
ความคุ้มค่าขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง ระบบหมึก และปริมาณงาน เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบถังหมึกบางรุ่นอาจมีต้นทุนหมึกต่อแผ่นที่ต่ำเมื่อใช้งานตามเงื่อนไขที่เหมาะสม จึงควรคำนวณจากข้อมูลจริงแทนการตัดสินใจตามประเภทเครื่องเพียงอย่างเดียว
3. คิดว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเหมาะกับงานพิมพ์น้อยเท่านั้น
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมีหลายระดับ รวมถึงรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับงานสำนักงานและรองรับปริมาณงานสูงกว่ารุ่นใช้งานทั่วไป จึงควรตรวจสอบคุณสมบัติและปริมาณงานที่ผู้ผลิตแนะนำก่อนสรุปความเหมาะสม
4. ไม่ตรวจสอบความสามารถด้านการเชื่อมต่อ
เครื่องพิมพ์ที่ใช้งานคนเดียวกับเครื่องพิมพ์ที่ใช้ร่วมกันทั้งแผนกอาจต้องการระบบเชื่อมต่อแตกต่างกัน หากเลือกเครื่องที่ไม่รองรับรูปแบบเครือข่ายที่องค์กรต้องการ อาจต้องใช้อุปกรณ์หรือวิธีจัดการเพิ่มเติมภายหลัง
5. ไม่พิจารณาการดูแลรักษาระยะยาว
เครื่องพิมพ์ทุกประเภทต้องได้รับการดูแลตามข้อกำหนดของผู้ผลิต หากไม่วางแผนเรื่องวัสดุสิ้นเปลือง การทำความสะอาด และการตรวจสอบอาการผิดปกติ อาจเกิดปัญหาการใช้งานที่ส่งผลต่อความต่อเนื่องของงานเอกสารได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท (FAQ)
เครื่องพิมพ์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท แบบไหนเหมาะกับสำนักงานมากกว่า?
หากสำนักงานเน้นพิมพ์เอกสารข้อความเป็นหลัก เครื่องพิมพ์เลเซอร์เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา แต่หากต้องการพิมพ์สีหรือภาพประกอบที่มีข้อกำหนดเฉพาะ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทบางรุ่นอาจเหมาะสมกว่า ทั้งนี้ต้องเปรียบเทียบคุณสมบัติและต้นทุนของรุ่นที่สนใจตามรูปแบบงานจริง
เครื่องพิมพ์เลเซอร์ประหยัดหมึกกว่าอิงค์เจ็ทหรือไม่?
ไม่สามารถสรุปได้ว่าประหยัดกว่าทุกกรณี เพราะต้นทุนต่อแผ่นขึ้นอยู่กับราคาวัสดุสิ้นเปลือง จำนวนหน้าที่พิมพ์ได้ และลักษณะเอกสาร เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบถังหมึกบางรุ่นอาจมีต้นทุนหมึกต่อแผ่นที่น่าสนใจ จึงควรเปรียบเทียบจากข้อมูลของแต่ละรุ่น
เครื่องพิมพ์เลเซอร์พิมพ์สีได้หรือไม่?
ได้ เครื่องพิมพ์เลเซอร์มีทั้งรุ่นขาวดำและรุ่นสี โดยเครื่องพิมพ์เลเซอร์สีใช้ระบบวัสดุสิ้นเปลืองและกระบวนการสร้างภาพสีตามการออกแบบของแต่ละรุ่น เหมาะกับงานเอกสารธุรกิจที่ต้องการสี แต่ควรตรวจสอบคุณภาพงานพิมพ์และต้นทุนก่อนเลือกซื้อ
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเหมาะกับการพิมพ์เอกสารทุกวันหรือไม่?
เหมาะได้ หากเลือกเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ออกแบบมารองรับปริมาณงานดังกล่าวและดูแลรักษาตามคำแนะนำของผู้ผลิต เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับสำนักงานบางรุ่นรองรับงานประจำวันได้ดี จึงไม่ควรตัดสินจากประเภทเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
เครื่องพิมพ์เลเซอร์ต้องเปลี่ยน toner บ่อยแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าที่พิมพ์ได้ของตลับหมึก ปริมาณงานพิมพ์ และลักษณะเอกสารที่ใช้งาน ควรตรวจสอบหมายเลขตลับ hp toner และข้อมูลจำนวนหน้าตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตระบุ โดยไม่ควรถือว่าจำนวนหน้าดังกล่าวเป็นผลลัพธ์ที่เท่ากันในทุกสถานการณ์
ถ้าไม่ได้ใช้เครื่องพิมพ์ทุกวัน ควรเลือกเลเซอร์หรืออิงค์เจ็ท?
หากเน้นงานเอกสารข้อความและมีช่วงเว้นการใช้งานนาน เครื่องพิมพ์เลเซอร์อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้ใช้ระบบหัวพิมพ์หมึกเหลว แต่หากต้องการงานภาพสีหรือมีความต้องการเฉพาะ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทก็ยังเป็นทางเลือกได้ โดยควรตรวจสอบข้อกำหนดการดูแลรักษาของรุ่นนั้น
เครื่องพิมพ์แบบไหนเหมาะกับสำนักงานที่มีพนักงานหลายคน?
ควรเลือกเครื่องพิมพ์ที่รองรับระบบเครือข่ายและปริมาณงานตามจำนวนผู้ใช้งานจริง โดยพิจารณาความเร็ว การจัดการกระดาษ การพิมพ์สองหน้า และความสามารถในการดูแลระบบร่วมด้วย ทั้งเครื่องพิมพ์เลเซอร์และอิงค์เจ็ทมีรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับสำนักงาน
ซื้อเครื่องพิมพ์หรือเช่าเครื่องพิมพ์ แบบไหนคุ้มกว่า?
ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ปริมาณงาน และเงื่อนไขบริการ หากซื้อเครื่องพิมพ์จะต้องพิจารณาต้นทุนการเป็นเจ้าของและค่าดูแลรักษา ส่วนการเช่าเครื่องพิมพ์ต้องตรวจสอบค่าบริการรายเดือน จำนวนหน้าที่รวมในสัญญา ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และขอบเขตบริการหลังการขายก่อนตัดสินใจ
สรุป: เครื่องพิมพ์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท เลือกแบบไหนให้คุ้มกับสำนักงาน?
การเลือก เครื่องพิมพ์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท สำหรับสำนักงานไม่มีคำตอบที่เหมาะกับทุกองค์กร เพราะทั้งสองเทคโนโลยีมีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกัน เครื่องพิมพ์เลเซอร์มักเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานเอกสารข้อความและการพิมพ์ต่อเนื่อง ขณะที่เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมีตัวเลือกที่เหมาะกับงานสี งานภาพ และรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือประเภทเอกสารที่พิมพ์จริง ปริมาณงานต่อเดือน ความถี่ในการใช้งาน ต้นทุนต่อแผ่น ความสามารถด้านเครือข่าย และค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาการใช้งาน หากนำข้อมูลเหล่านี้มาเปรียบเทียบอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้เลือกเครื่องพิมพ์ได้เหมาะสมกับงบประมาณและลดโอกาสซื้ออุปกรณ์ที่ไม่ตรงกับความต้องการ
สำหรับสำนักงานที่กำลังพิจารณา HP Printer เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน หรือเครื่องถ่ายเอกสารสำหรับองค์กร ควรตรวจสอบคุณสมบัติของรุ่นที่สนใจอย่างละเอียด และพิจารณาทั้งทางเลือกซื้อและเช่าให้เหมาะกับการดำเนินงานของบริษัท
บริษัท ทีไอเอสอาร์ จำกัด พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกเครื่องพิมพ์และเครื่องใช้สำนักงานตามความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนการจัดหาอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายด้านงานพิมพ์ได้อย่างเหมาะสม
ติดต่อ บริษัท ทีไอเอสอาร์ จำกัด
หากต้องการสอบถามข้อมูลเครื่องพิมพ์ HP การเลือกเครื่องพิมพ์สำนักงาน หรือแนวทางซื้อและเช่าเครื่องพิมพ์ สามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
LINE: Line ID : @tisr
โทรศัพท์: โทร : 092-278-2200
เว็บไซต์: กลับหน้าหลัก